วันจันทร์ 9 มิถุนายน 2551
วันนี้ตอนบ่ายๆนีน่าเริ่มมีน้ำมูกไหล เยอะพอสมควร
แต่หม่ามี้ไม่ได้เอ๊ะใจอะไร เพราะช่วงนี้นีน่ามีน้ำมูกบ่อยๆ
พอค่อยๆเช็ดหมดก็หาย ไม่มีมีอาการอะไรอีก
แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนทุกที คราวนี้ไหลตลอดไม่หยุดเลย
ตอนกลางคืนหม่ามี้เลยป้อนยาลดน้ำมูกไป
นีน่ายอมกินดีๆเพราะว่าชอบยารสองุ่น
วันอังคาร 10 มิถุนายน 2551
ตื่นมาวันนี้น้ำมูกก็ยังไหลเยอะอยู่
แถมมีอาการไอเพิ่มขึ้นมาด้วย
ไอจนแหวะข้าวออกมาด้วย แย่จังเลย
วันนี้เลยเพิ่มยาแก้ไอไปอีก 1 ตัวนีน่าก็พอกินได้
โทรไปถามอี๊พร(อี๊พรเป็นเภสัชกรคะ) ว่าต้องให้ยาฆ่าเชื้อมั้ย
อี๊พรบอกว่ายังไม่มีไข้ ก็ยังไม่ต้องให้ ก็เลยไม่ได้ให้ยาฆ่าเชื้อ
วันพุธ 11 มิถุนายน 2551
วันนี้อาการเริ่มจะหนักขึ้นกว่าเมื่อวาน
นีน่าไอเยอะขึ้น ไอแบบมีเสมหะ และจะแหวะอยู่เลย
พอตอนบ่ายๆหม่ามี้ไปจับตัวดูตัวรุมๆ
เลยจัดการป้อนยาลดไข้ ก็ยังยอมกินดีๆอยู่
วันนี้น้ำมูกเริ่มน้อยลงแล้ว
หม่ามี้เลยเปลี่ยนเป็นให้ยาแก้คัดจมูกแทน
ตอนเย็น นมกล่องของนีน่าหมด
หม่ามี้เลยออกไปซื้อที่โลตัส วันนี้ไม่อยากพานีน่าไป
เพราะกลัวจะไปโดนแอร์เด๊วจะยิ่งแย่ไปกันใหญ่
หม่ามี้เลยไปคนเดียว ระหว่างช้อปอยู่ ป๊าก็โทรมาหา
บอกว่านีน่างอแงมากๆเลย ร้องไห้ๆๆไม่หยุด
หม่ามี้เลยรีบกลับ กลับไปเห็นนีน่านอนแล้ว
ป๊าบอกว่าร้องไห้จนหลับไปเลย
ยาก็ยังไม่ได้กิน ข้าวเย็นก็ยังไม่ได้กินด้วย
หม่ามี้คิดว่าคืนนี้นีน่าคงไม่ตื่นมาแล้ว
เลยเอายาใส่ในนมให้นีน่ากิน
นีน่ากินไปนิดเดียวก็ตื่นแล้วก็ไม่ยอมกินแล้ว
หม่ามี้ก็เลยเอายามาป้อนเพิ่ม
แค่หม่ามี้หยิบยา(ใส่ไซลิงค์)มา นีน่าก็ร้องไห้ โวยวายๆ
พอหม่ามี้ป้อนยา นีน่าก็แหวะออกมาหมดเลย
ข้าวตั้งแต่มื้อกลางวัน นม ออกมาหมดเลย
พอสักพักนีน่าคงหิวก็เลยหยิบเอาโดนัทที่หม่ามี้ชื้อมากินใหญ่เลย
คราวนี้หม่ามี้จับตัวนีน่า ตัวรุมๆ วัดไข้ได้ 38 กว่าๆ
ก็เลยจับนีน่าเช็ดตัว แล้วก็กะว่าจะป้อนยาลดไข้
พอนีน่าเห็นก็เอาอีกแล้ว แค่ยื่นยาเข้าปาก
นีน่าก็แหวะออกมาอีกแล้ว
คราวนี้เป็นโดนัทที่เพิ่งกินเมื่อกี้
ทำยังไงๆนีน่าก็ไม่ยอมกินยาเลย
เลยเอานอน ตอนนีน่านอน หายใจเสียงดังและหายใจเร็วมากๆ
หม่ามี้กังวลสุดๆจนนอนไม่หลับเลย
ไปค้นข้อมูลใน internet เกี่ยวกับเด็กที่นอนหายใจเสียงดัง
หม่ามี้เริ่มหวั่นเลยไปปลุกป๊าว่าพานีน่าไปโรงพยาบาลกันเถอะ
ป๊าบอกว่ารอเช้าก่อนล่ะกัน ไปตอนนี้มีแต่หมอเวร
ตอนนั้นประมาณ ตี2กว่าๆ ก็เลยนอนรอ ระหว่างนอนหม่ามี้ได้ยินเสียงนีน่าหายใจแล้วกลัวมากๆเลย หายใจแรง และเสียงดังมากๆ
แล้วหม่ามี้ก็เผลอหลับไป
ตื่นมาอีกทีตอนนีน่าเรียก ป๊าๆๆๆ
หม่ามี้เลยลุกไปจับตัวดู โอ้ตัวร้อนมากๆ ลองเอาปรอทมาวัด
39กว่าๆแล้ว เลยจับนีน่าเช็ดตัว
ตอนนี้ยาลดไข้ที่บ้านก็หมดแล้วด้วย
เลยว่าพานีน่าไปโรงพยาบาลดีกว่า
ระหว่างทางไปโรงพยาบาล ฝนตกหนักจนมองทางแทบไม่เห็น
พอไปถึงโรงพยาบาล (ประมาณ ตี4)
ก็วัดไข้ ตอนนี้ไข้สูง 39.8 แล้ว
เค้าก็ยังให้รอหมอ รอๆๆๆหมอก็ไม่มาซะที
หม่ามี้เลยบอกว่ายังไงเช็ดตัวให้น้องก่อนเถอะ ร้อนมากเด๊วจะชัก
เค้าก็เลยจับนีน่าไปเช็ดตัว เท่านั้นล่ะร้องไห้โวยวายไม่หยุดเลย
พอหมอมาก็ไปตรวจ หมอให้ตรวจเลือดดู และให้นอนให้น้ำเกลือ
ระหว่างรอขึ้นห้อง พยาบาลก็มาป้อนยา
นีน่าก็ดิ้นใหญ่เลย ทำไงก็ไม่ยอมกิน ป้อนเข้าไปได้
นีน่าก็เค้นออกมาหมดอีกแล้ว
ป้อนกัน 3-4 รอบถึงจะได้ยาบ้างแล้วก็เลยหยุดป้อน
พอขึ้นไปบนห้อง พยาบาลก็พานีน่าไปเจาะเลือดและให้น้ำเกลือ
กลับมาก็มานอนพัก นีน่างอแงๆไม่ยอมนอน
สุดท้ายก็เพลียแล้วหลับไป
แล้วป๊าก็กลับบ้านไปเอาเสื้อผ้าและของใช้มาให้
เลยให้ป๊านอนพักที่บ้านเลย
เพราะป๊าก็ไม่สบายเหมือนกัน(ติดจากนีน่า)
วันพฤหัสบดี 12 มิถุนายน 2551
ตอนเช้าๆพยาบาลมาป้อนยาแก้ไอ
คราวนี้นีน่าคงงงๆอยู่เลยร้องหน่อยๆแต่ก็ยอมกิน
แล้วก็ทานข้าวเช้า หม่ามี้สั่งข้าวต้มปลามาให้นีน่า
นีน่ากินใหญ่เลยคงจะหิวมากๆเพราะเมื่อคืนไม่มีอะไรลงท้องเลย
นีน่าเค้นออกมาหมดแล้วตอนกินยา
แล้วพอสัก 10 โมงพยาบาลมาวัดไข้
อ้าวไข้ขึ้นอีกล่ะ เลยต้องเช็ดตัว แล้วก็ป้อนยา
เท่านั้นล่ะเอาอีกแล้ว ยาเข้าปากปุ๊บ
นีน่าก็เค้นๆๆจนแหวะออกมาหมดอีกแล้ว
พยาบาลช่วยกันจับ 2 คน หม่ามี้กะป๊าก็ช่วยด้วย
ไงๆก็ไม่ยอมกิน ต้องป้อนกันหลายรอบเลย
ครั้งต่อไปหม่ามี้เลยนัดกะพยาบาลว่ารอให้ห่างๆมื้อข้าวล่ะกัน
แบบให้ย่อยให้หมดก่อนค่อยมาป้อน จะได้ไม่มีอะไรมาแหวะ
แล้วหม่ามี้ก็ลงไปซื้อบะหมี่น้ำมาให้นีน่ากิน
นีน่ากินใหญ่เลย คงจะหิวมาก
สักพักคุณหมอพิริยะก็มาตรวจ
คุณหมอบอกว่าผลเลือดพบว่าติดเชื้อแบคทีเรีย
คงจะมาจากสำลักน้ำสกปรกที่เดอะมอลล์แน่ๆเลย
ผลปัสสาวะบอกว่าในร่างกายนีน่าไม่มีอาหารเลยจนต้องดึง
สารอาหารมาจากส่วนอื่นในร่างกาย
ซึ่งดีแล้วที่มาให้น้ำเกลือ เพราะไม่งั้นนีน่าอาจช็อคได้เพราะขาดน้ำ
แล้วหมอก็ซักอาการทั่วๆไปอีกนิดหน่อย
แล้วก็บอกว่าตอนเย็นๆจะมาดูใหม่
ถ้าไข้ลงไม่ขึ้นแล้ว คงนอนแค่คืนเดียวก็พอ
ตอนค่ำๆมีไข้ขึ้นอีก แต่เป็นไข้ต่ำๆ ก็เลยเช็ดตัว
พอจะป้อนยาก็เอาอีกแล้ว เค้นออกมาอีกแล้ว
เซ็งเลยอุตสาห์กินข้าวไปได้พอสมควร
วันศุกร์ 13 มิถุนายน 2551
วันนี้อาการโดยทั่วไปเริ่มดีขึ้นแล้วคะ
เริ่มยอมหม่ำยาได้บ้างแล้ว ส่วนข้าวก็ไม่ค่อยยอมหม่ำเท่าไร
คิดว่าคงอิ่มน้ำเกลือ พอตอนบ่ายโมง
คุณหมอมาตรวจอีกทีก็บอกว่างั้นกลับบ้านได้แล้ว
ให้ยาฆ่าเชื้อไปกินต่อ แล้วนัดตรวจอีกทีวันอาทิตย์
แต่คุณหมอบอกว่าถ้าหายแล้วก็ไม่ต้องมาแล้วก็ได้
กลับมาบ้าน นีน่าก็อึ หลังจากไม่ได้อึมา 3 วัน
อึเยอะพอสมควร แล้วก็ยอมอึในชักโครกแล้วด้วย
ส่วนยาก็มีงอแงหน่อยๆตอนป๊าอยู่ด้วย
ถ้าป๊าไม่อยู่ก็ยอมกินได้บ้าง สงสัยจะอ้อนป๊านะเนี้ยะ
วันนี้อาการโดยรวมดีขึ้นเยอะแล้ว
ตั้งแต่กลับบ้านไข้ก็ไม่ขึ้นแล้ว น้ำมูกก็ไม่มี
แต่ยังไอมีเสมหะอยู่บ้าง
วันเสาร์ 14 มิถุนายน 2551
วันนี้นีน่าอึแต่เช้าเลย แถมอึเหลวๆซะด้วย
อ้าวหม่ามี้เริ่มเครียดอีกแล้ว แล้วก็อึรอบ2ตามมาติดๆ
เลยโทรไปถามพยาบาลที่วอร์ด เค้าบอกว่าถ้ายังถ่ายเหลวเรื่อยๆ
ถ้าอึมีมูกเลือด เริ่มซึม ไม่หม่ำข้าว ก็ให้รีบพาไปหาหมอเลย
หม่ามี้ก็เลยรอดูอาการอีกสักพัก อาการโดยทั่วๆไปก็ไม่มีอะไร
นีน่ายังร่าเริง ซน หม่ำๆข้าว+นมได้
จนตอนเย็น นีน่าอึไปทั้งหมด 6 รอบ
คราวนี้เริ่มเป็นน้ำๆไม่มีกากแล้ว
เลยไปโรงพยาบาลกันดีกว่า
พอเจอคุณหมอๆบอกว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
เป็นอาการที่เชื้อมันลงไปก็เลยถ่ายเป็นเหลวๆออกมา
บวกกับกินยาฆ่าเชื้อทำให้ถ่ายเหลวด้วย
คุณหมอตรวจแล้วบอกว่าอาการปกติ แต่ถ้าอยู่ๆไข้กลับมา
ถ่ายมีมูกเลือด ไม่ยอมหม่ำข้าวหม่ำนม ก็ให้รีบพากลับมาหา
วันนี้คุณหมอไม่คิดค่าตรวจอีกแล้ว
ส่วนใหญ่เวลาพานีน่าไปตรวจถ้าเป็นเวลาติดตามอาการ
แล้วไม่มียาให้เพิ่ม คุณจะไม่คิดค่าตรวจเลย
คุณหมอใจดีมากๆเลย
ขนาดนอนโรงพยาบาลยังไม่อยากให้นอนนานๆเลย ประมาณว่าถ้าหายก็ให้กลับเลย ไม่เลี้ยงไข้ แล้วพอไปตรวจติดตามอาการ
ส่วนใหญ่ถ้าอาการดีขึ้น
ใกล้จะหายแล้วคุณหมอก็ไม่เคยคิดค่าตรวจเลย
วันก่อนที่จะออกจากโรงพยาบาล
ตอนคุณหมอมาตรวจ ก็นั่งคุยนานมากๆ
เพราะหม่ามี้กังวลเรื่องนีน่าพูดช้า คุณหมอก็คุย
อธิบายอย่างละเอียดเลย
คุณหมอบอกว่าเด็กวัยนีน่าพูดคำมีความหมายพยางค์เดียว 10 คำขึ้นไปก็ถือว่าตามเกณฑ์แล้ว
ส่วนเด็กที่พูดได้มากกว่า 2 คำหรือเป็นประโยค
แสดงว่านั่นเกินเกณฑ์ อย่างนีน่าถือว่ายังปกติอยู่
คุณหมอบอกว่าคนไข้บางคนของคุณหมอ 2 ขวบกว่าเพิ่งจะพูด
พอพูดได้ก็พูดออกมาเป็นประโยคเลย
แล้วเท่าที่คุณหมอดูนีน่า ก็บอกว่านีน่าดูเข้าใจทุกอย่าง
แล้วหม่ามี้ก็เลยเล่าเรื่องที่นีน่าดูรูปแล้วบอกได้ว่านี่ใครๆ
ดูแผ่นภาพแล้วบอกว่าอันนี้เหมือนอันนี้
เท่านี้คุณหมอก็บอกว่าเก่งมากแล้ว
เพราะนีน่ารุ้ความเหมือนความต่าง
แต่แค่ยังไม่ยอมพูด(เยอะๆ)เท่านั้น
ส่วนเรื่องโรงเรียน
คุณหมอบอกว่าถ้าความคิดของหมอยังไม่แนะนำ
ให้ไปโรงเรียนตอนนี้เพราะคิดว่าเล็กเกินไป
กลัวเรื่องที่จะไปติดโรคจากคนอื่นมา
รวมทั้งเรื่องการสื่อสารที่ยังไม่ดีนัก
ส่วนทีวีก็ให้ดูให้น้อยที่สุด แต่บาร์นีย์คุณหมอบอกว่าโอเคดูได้
คุยกันนานเลย หม่ามี้ชอบคุณหมอพิริยะมากๆเลย
คุณหมอใจเย็น อธิบายก็ละเอียด
แล้วอีกอย่างคือพอนีน่าไปให้คุณหมอตรวจ นีน่าจะหายทุกครั้ง
หม่ามี้เคยพานีน่าไปหาหมอหลายคน
หลายโรงพยาบาลแต่ก็ไม่หาย
พอกลับไปหาคุณหมอพิริยะก็หายทุกที
ตอนนี้เวลานีน่าไม่สบายก็จะไปหาคุณหมอพิริยะตลอด
แล้วเราก็มีนัดฉีดวัคซีนกันตอน 2 ขวบ
หวังว่าคงจะมาเจอคุณหมออีกทีตอนฉีดวัคซีนดีกว่าเนอะ
ขอบคุณทุกๆคนที่เป็นห่วงนะคะ
ตอนนี้นีน่าอาการเริ่มดีขึ้นแล้วค่า จิงๆแล้วตอนอยุ่โรงพยาบาล
นีน่าก็ยังร่าเริงดีนะคะ ยังดื้อยังซนเหมือนเดิม
จะร้องไห้งอแงเฉพาะเวลากินยาเท่านั้นเองคะ
จนพยาบาลยังงงเลยว่านี่หรอเด็กไม่สบาย อิอิ
แถมได้คำพูดเพิ่มจากตอนอยู่โรงพยาบาลด้วยนะคะ
นีน่าบอกว่า เจ็บๆๆ ค่า (เจ็บตรงที่แทงเข็มน้ำเกลืออ่ะคะ)
ปล. ส่วนเรื่องผลตรวจของอาม่า
สรุปว่าไม่เป็นอะไรร้ายแรงค่า เป็นแค่อาการอักเสบเท่านั้น
แต่จิงๆแล้วคุณหมอบอกว่าอาการที่อาม่าเป็น
เหมือนอาการของคนเป็นมะเร็งเลยคะ
คิดว่าโชคดีที่เราตรวจพบเร็ว
ทำให้จัดการก่อนที่มันจะกลายเป็นเนื้อร้ายอ่ะคะ
ยังไงคุณหมอก็ให้สังเกตอาการต่อคะ
ถ้ามีอะไรผิดปกติ ให้รีบไปหาหมอด่วนๆๆคะ
ขอบคุณทุกคนที่อวยพรให้อาม่าด้วยนะคะ
<< November >>
S
M
T
W
F
26
27
28
29
30
31
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
<< 2008>>